🧘‍♂️ Solopreneur in Stoicism
แนวคิดการทำงานคนเดียว โดยไม่ลำพัง เพราะเข้าใจตัวเอง

Flow's Table ได้มีโอกาสคุยกับ พี่ทอย DataRockie และ พี่เบ้นซ์ Benz Arnun Solopreneur หรือการเริ่มธุรกิจด้วยตัวคนเดียว ทั้ง 2 ท่าน
ที่ต้องทำแทบทุกอย่างเอง ตั้งแต่คิด product, ทำ graphic, ยิง ads, ทำ operations โดยพึ่งทีมงานให้น้อยที่สุด และส่วนมาก…ไม่มีเลย

พี่ทอย อย่างที่หลายคนน่าจะรู้จักกันดี
นิยามตัวเองว่าเป็น “มนุษย์เป็ด” เริ่มจากแชร์ความรู้ด้าน Data หรือการใช้ข้อมูลมาวิเคราะห์เรื่องต่าง ๆ
แต่ช่วงหลัง พี่ทอยอินกับเรื่อง ปรัชญา มากขึ้น
โดยเฉพาะ Stoicism — แนวคิดการใช้ชีวิตให้สงบ เรียบง่าย และอยู่เหนืออารมณ์

พี่ทอยเขียนแชร์ความรู้และแนวคิดไว้เยอะแล้วในเพจ
แต่วันนี้อยากมาเล่าด้านที่ Flow’s Table ได้สัมผัส
คือความเป็น “มนุษย์” ของคนที่ชื่อ กษิดิศ

พี่ทอยเล่าให้พวกเราฟังว่า

“หาเงินมากกว่าที่ต้องใช้ในแต่ละวัน ก็เพียงพอแล้ว”

แวบแรกชวนให้ตั้งคำถาม
วิธีคิดแบบนี้จะใช้ชีวิตยากไหม
ไม่ต้องเผื่อออมเยอะ ๆ หรือ?

แต่ในอีกมุมหนึ่ง
การรู้จักตัวเองอย่างดี ทำให้เกิดความสบายใจ
เพราะเรารู้ว่าเราต้องใช้ประมาณเท่าไหร่
และต้องหาเงินแค่ไหน ถึงจะพอใช้ชีวิตได้จริง ๆ 🤍

พี่ทอยเล่าต่อถึงงาน Creative Talk Conference ที่ผ่านมา
ที่ตั้งใจเตรียม talk เพื่อเล่าเรื่องคุณพ่อเป็นพิเศษ
เพราะอยากเซอร์ไพรส์ในโอกาสสำคัญ
แต่กลายเป็นเจ้าตัวซึ้งจนร้องไห้เอง

สิ่งที่ Flow’s Table ประทับใจมาก
คือความเป็นมนุษย์ของพี่ทอย
เรียบง่าย แต่ทรงพลัง
ไม่ต้องตะโกน ไม่ต้องพยายามขายตัวเอง

พี่ทอยไม่ใช่คนที่พูดเก่งที่สุดในวง
แต่เป็นคนที่เวลาพูดแล้ว ทุกคนอยากตั้งใจฟัง
เพราะรู้ว่าคำพูดนั้น “มาจากข้างในจริง ๆ”

หลายคนน่าจะพอรู้ว่า
พี่ทอยสอนหลายคอร์ส ทั้งฟรี และราคาที่เข้าถึงได้
เพราะเชื่อใน mission ที่อยากเห็นประเทศนี้ดีขึ้นผ่านการศึกษา

ตอนนี้มีคนเรียนกับพี่ทอยหลายหมื่นคน
และพวกเราเชื่อว่าจะไปถึงหลักแสนได้ในอีกไม่นาน 📈

อีกสิ่งที่ชอบมากคือ
พี่ทอยไม่ได้ยึดติดกับศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง
เคยคุยกันนอกรอบตอนเจอกันครั้งแรก
ถามว่าพี่ทอยยังอิน Data อยู่ไหม
พี่ทอยตอบว่า
“อินอะไรก็ได้ที่ใช้ได้จริง และเลี้ยงดูตัวเองได้”

ในโลกที่ AI เปลี่ยนเร็วทุกวัน
ภาษา coding หรือความรู้ที่ใช้อยู่
อาจโดน disrupt ได้ในพริบตาเดียว

เลยไม่แปลกที่เพจพี่ทอย และ DataRockie
วันนี้จะไม่ได้มีแค่เรื่อง Data
แต่รวมถึงเรื่องการเป็น entrepreneur
แนวคิดการขาย และปรัชญา
ซึ่งแมคเองเชื่อมากว่า
ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนไว
เราจะหลงทางง่าย เครียดง่าย
และยิ่งต้องไม่ลืมกลับมาดูแลใจตัวเอง 🧠

ในฝั่งของ พี่เบ้นซ์
แก่นของการทำงานคนเดียว เริ่มจากคำว่า
“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

พี่เบ้นซ์แชร์ว่า
สมัยก่อนทำธุรกิจที่บ้าน มีลูกทีมเยอะมาก
แต่เมื่อคนเยอะ ปัญหาการจัดการก็ตามมา
สุดท้ายเลยเลือกแยกออกมาทำคนเดียว

สิ่งที่ชอบมากคือ
พี่เบ้นซ์ทำคอร์สออนไลน์
สอนให้ทุกคนเริ่มธุรกิจด้วยตัวคนเดียว
ราคาจับต้องได้ ใคร ๆ ก็เรียนได้
มี community ช่วยกันผลักดัน 🤝

ความสนุกคือ
คนที่ทำได้ จะเริ่มรู้สึกว่า
ไหน ๆ ก็ทำขั้นแรกได้แล้ว
ขั้นที่ยากกว่า แต่ impact มากกว่า
ก็น่าจะทำได้เหมือนกัน

ตรงนี้เองที่เกิดเป็น development cycle
ให้ทั้งตัวคนและธุรกิจพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ

แต่สิ่งที่พีคที่สุด และแมคชอบมาก
คือพี่เบ้นซ์เริ่มมองต่อไปอีกขั้น
ว่าธุรกิจไหนโตดี
เจ้าของมี persona ที่ใช่
ถ้าเห็นแววและ valuation ไปได้
พี่เบ้นซ์ก็พร้อมจะผันตัวเป็น VC เข้าไปลงทุน

เพราะเชื่อในเรื่อง Synergy
ว่าถ้าเข้าไปช่วยดูแลจริง ๆ
จะทำให้ธุรกิจโตได้มากกว่าเดิม (1+1 > 2)

แนวคิดนี้พี่เบ้นซ์ได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจาก
Alex Hormoziผู้สร้างปรากฏการณ์ขายหนังสือระดับพันล้านตั้งแต่เปิดตัว📘🔥 อ่านได้เพิ่มเติมที่เพจ Success Strategies กลยุทธ์แห่งความสำเร็จ

สถิติที่น่าทึ่งคือ
พี่เบ้นซ์เพิ่งเริ่มทำเพจ เมื่อปีที่แล้ว
แต่มี Reach ไปแล้วกว่า 50 ล้านครั้ง
เกือบเท่าประชากรประเทศไทยทั้งประเทศ 😂
และทั้งหมดนี้ทำด้วย ตัวคนเดียว

จุดเริ่มต้นของเพจก็เรียบง่ายมาก
แค่ไปฟังสัมมนา Bitkub
กลับมาเขียนสรุปละเอียด
เขียนเสร็จก็นอน

ตื่นเช้ามา…แชร์หลักหมื่น
และจากเหตุการณ์นั้น
พี่เบ้นซ์ก็ได้สัมภาษณ์คุณท็อปในช่องของตัวเองในเวลาต่อมา

เราคุยกันอีกหลายประเด็น
บางเรื่องอาจยังออกสื่อไม่ได้
แต่เป็นอีกครั้งที่ Flow’s Table ประทับใจมากกับธีมของวัน

ความสำเร็จที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้ง
ขอบคุณพี่ ๆ ทั้งสองมาก
สำหรับบทสนทนาดี ๆ ที่ได้แลกเปลี่ยนกันครับ 🙏

ขอบคุณพี่ทอยเป็นพิเศษ
ที่เชิญพี่เบ๊นซ์มาทานข้าวด้วยกัน

ขอบคุณทีมงานที่ช่วยทำให้เป็นอีกมื้อที่น่าประทับใจครับ 😊

ps. ตอนสองของมื้ออาหารนี้ ดูในคอมเม้นท์ได้ครับ 🙌🏻

From Flow to Grow 🌊

#Flow'sTable
#FlowToGrow
#solopreneur
#entrepreneur
#stoicism