แวะไปเดินงานหนังสือมา 📚

สิ่งที่พบคือ คนน้อยลงจากแต่ก่อนมาก บู้ธดูไม่คึกคักเหมือนแต่ก่อน เข้าใจว่าวันธรรมดาเย็นคนไม่เยอะเท่าเสาร์-อาทิตย์ แต่บางตาไปเยอะจริงๆ

อยากเป็นส่วนเล็กๆส่วนนึงที่อยากชวนคนมาเดินงานหนังสืออยู่ ไม่ได้จำเป็นต้องซื้อเยอะ ซื้อหลายเล่ม เราว่างานพวกนี้ เจ้าของสำนักพิมพ์ ในช่วงเศรษฐกิจที่ยาก ก็อยากได้รับพลังงานดีๆจากคนซื้อ และในอีกมุม เราเองก็ได้รับพลังบวก จากเจ้าของบู้ธที่ตั้งใจเล่าเรื่องจริงๆเช่นกัน

สำหรับเรา การมาเดินงานหนังสือทุกปี นอกจากได้นึกถึงความหลังสมัยเด็ก ที่จะมีความสุขมากเวลาพ่อแม่พามาซื้อการ์ตูน หนังสือที่อยากได้ จำช่วงเวลาดีๆ

การมาเดินงานยังได้เป็นการอัพเดทเทรนด์ไปในตัว ว่าหนังสือหัวข้อไหนถูกพูดถึงเยอะ คนให้ความสำคัญกับอะไร หนังสือ AI มีเยอะขึ้นมาก (ซึ่งน่าคิดตาม จะ outdated ไวแค่ไหน) หนังสือเกี่ยวกับ manifest คนเขียนมีหลายคน คนดูให้ความสนใจเรื่องนี้เพิ่ม

ธุรกิจ การเงิน และ self help ยังคงมีคนมาดูเรื่อยๆ แต่ top of mind ที่คนมุงเยอะสุด คือนิยายรัก โดยเฉพาะนิยาย Y เห็นแถวแล้วก็ดีใจแทนคนเขียน5555

สำหรับเรา วัยใกล้เลข3 ไม่ได้ซื้อเยอะแล้ว เพราะไม่อยากเพิ่มกองดองจากงานหนังสือหลายๆปีก่อนสะสมกัน5555 ปีนี้กลับเลือกซื้อแค่เล่มเดียวคือ ปรัชญาเต๋า ที่แนะนำโดยรุ่นน้องคนนึงที่สนิทกัน เลยไปเดินหาตาม555

เคยฟังในยูทูปแล้ว แต่เรากลับรู้สึกว่าในยุค AI การได้อ่านหนังสือช้าๆ เสพมัน ใช้เวลาไตร่ตรองกับมันกับยิ่งสำคัญกับกระบวนการคิดมากกว่าเดิม ในยุคที่เรา prompt สรุปได้ใน 3 วิ

การได้อ่านหนังสือปรัชญาดีๆ คงเหมือนการพยายามขัดเกลาความคิด และล้างเอาตะกอนต่างๆออกไปเท่าที่ได้

มาเดินกันเยอะๆนะครับ งานมีถึงวันอาทิตย์นี้ที่ศูนย์สิริกิต

#Flow'sTable
#flowtogrow
#bookfair