🍃 “คนที่ทำเรื่องจิตใจ ความเชื่อ การเยียวยา เค้าเป็นอย่างไรกันบ้างนะ“ เป็นคำถามที่เราสงสัยตลอด และสิ่งนี้ทำให้ชอบคุยกับคนในวงการนี้มาก รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้ฟังมุมมองใหม่ๆ

ถ้ารอบก่อนบอกว่าบังเอิญได้เจอคนจากวงการเพจรีวิวหนัง กีฬา Entertainment เยอะ

รอบนี้ต้องบอกว่าเราโตมากับวงการนี้ประมานนึง ตอนเรียนมหาลัย มีคุณพ่อเป็นซินแสฮวงจุ้ย Fengshui Balance ขานึงทำแบรนด์ตี่จู้เอี๊ยะ Aviva Spirit และ Energy Healing

ในขณะที่ตอนเรียนก็ทำชมรมพัฒนาศาสตร์ Coaching ให้กับนิสิตจุฬา ตั้งคำถามเชิงลึก เข้าใจตัวเอง

หลายปัจจัยเลยได้เจอเพื่อนๆพี่ๆ ที่อยู่ในเส้นทางประมานนี้มาตลอด เป็นวงการที่มีคนสนใจไม่น้อย แต่ก็มีความเชื่อผิดๆหลายอย่างเช่นกัน

บทความนี้ขอเน้นบอกเล่าเท่าที่ตัวเองได้สัมผัสมา อาจจะไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด เน้นแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวมากกว่า อาจมีผิดถูก ไม่ตรงกับบางคนครับ

1. ☯️ ความเชื่อ โหราศาสตร์ ดูดวง: เริ่มเหนื่อยแต่ยังพอไปได้

คนทั่วไปจะคิดว่าเศรษฐกิจไม่ดี อาชีพโหราศาสตร์ทุกประเภทดีแน่นอน คนเครียดต้องการกำลังใจ คำตอบคือ ใช่และไม่ ใช่ ถ้าไม่ดีนิดหน่อย คนสนใจมักจะมากขึ้น เคยมีช่วงที่คุณพ่อทำงานไม่ได้พักเลย ต้องหาวนหยุดเองเพื่อรักษาสุขภาพร่างกาย

แต่ช่วงที่ฝืดเคืองมากๆ แบบปีนี้ ก็เหนื่อยหน่อย เพราะต่อใหัคนอยากปรึกษา แต่ถ้าเค้ามีปัญหารายได้ มันมีปัจจัย4 ค่าใช้จ่ายชีวิตพื้นฐาน ที่เค้าต้องจัดการก่อน

ที่ผ่านมาเคยมีข่าวใหญ่โตเรื่องซินแสชื่อดังฉ้อโกงด้วย กระทบชื่อเสียงสงการประมานนึง แต่เวลาผ่านไป เชื่อว่าทุกอย่างก็ค่อยๆ build trust กลับมา

วันก่อนเขียนบทความเรื่อง AI ดูดวง ไป เรื่องพื้นฐาน AI เริ่มตอบได้ เราเป็นคนยังไง ประมานไหน พวกนี้ถามได้หมด ในราคาที่แทบจะเรียกได้ว่าฟรี แต่คำแนะนำเฉพาะเจาะจง ยังไงก็ต้องให้ซินแส / หมอดูที่มีความเชี่ยวชาญแนะนำ

สังเกตอาชีพหมอดู มีคำว่า “หมอ” หลักการคล้ายกัน เรียนทฤษฎีมาหลายปีเป็นแค่ขั้นต้น สุดท้ายจะ “แม่น” หรือไม่ ต้องอาศัยประสบการณ์จริง เจอคนจริงๆ

วิชาโหราศาสตร์ทุกประเภทมีมาเป็นร้อย พันปี ถ้ายึดเป้ะๆ ยุคปัจจุบันแทบจะทำไรไม่ได้ สมมุติซินแสยึดตามวิชา ว่าทุบบันไดกลางบ้านทิ้ง แล้วคนจะเดินขึ้นบ้านยังไงจริงไหม5555

ดังนั้นงานจัดบ้าน ออฟฟิศ สถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการขาย ที่ถ้าผิดพลาดหมายถึงเงินทอง ยังไงก็ยังจำเป็นที่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูในระยะสั้นถึงกลาง เพราะ AI Hallucinate นิดเดียว อาจพลิกดีเป็นร้ายได้

แต่วันนึง AI จะทำได้หมด 100% ไหม ก็เป็นไปได้ ถ้าสามารถรวมทุกศาสตร์เข้าด้วยกัน ทุกวิชาหาควาทเกี่ยวข้องเชื่อมโยง แต่ยาก นึกภาพเหมือน ศาสนายังมีหลายนิกาย แค่ฮวงจุ้ยจีนยังมีหลายสำนัก

การจะรวมข้อมูลทุกอย่างให้ Centralized จริงๆเรามองว่ายังยากมากๆ ภาพระยะสั้น คนใช้ AI ดูดวงเยอะขึ้นแน่ๆ แต่ถ้าจะเอาตอบคำถามยากๆ ยังไงก็ยังเชื่อว่าต้องมีคนมาช่วย

โชคยังดีที่ซินแสก็เป็นอาชีพ Consultant ต้นทุนคือ เวลา ความรู้ ประสบการณ์ ไม่ใช่สินค้าที่ต้องซ้อมาขายไป อีกทั้งคนที่เก่งจริงจากที่คุยๆมา หลายท่านยังมีฐานลูกศิษย์อยู่

การแนะนำ “Word of Mouth” ยังได้ผลดีมากๆกับวงการนี้ เอาจริงไม่ง่ายเลยที่จะรู้ว่าใคร แม่นไม่แม่น สุดท้ายถ้ามีคนที่เราเชื่ิอถือมาแนะนำ เราก็มีโอกาสตัดสินใจง่ายกว่า

2. 💕 นักจิตวิทยา นักจิตบำบัด Coaching กระบวนกรด้านจิตใจ: ดีแต่ยังมีข้อจำกัด

ในยุคที่ AI ทำได้เยอะขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่แค่คนกลัวตกงาน แต่มันคือความรู้สึกเหนื่อยสะสมที่ต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลาไม่รู้จบ ไม่รู้ปลายทางคือตรงไหน ไม่รู้เท่าไรถึงจะ ”พอ“ ให้อยู่รอดยุคนี้

คนเริ่มมองหาที่พึ่งทางใจมากขึ้น ดูได้ไม่ยากจาก stat ที่บอกว่าคนไทยใช้ AI ดูดวงและคุยเพื่อปรึกษา ระบายปัญหาความเครียดเป็นอันดับต้นๆ เราคิดว่าวงการนี้มี potential สูงมาก

เคยเจอรุ่นพี่คนนึงจบด้านธุรกิจ ละไปต่อนักบำบัดจิต สุดท้ายกลับมาทำงานได้ทำทั้งคู่ Business Development พัฒนาธุรกิจให้ Healing Space ที่ทำอยู่ และเป็นนักบำบัดจริงๆ ช่วยเหลือผู้เข้าร่วม

ส่วนตัวคิดว่า Career Path แบบนี้จะมีมากขึ้นในอนาคต และน่าสนใจมากด้วย การรูัทั้งสองด้าน ทำให้เราช่วยคนได้ ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะหาทาง Monetize จากสิ่งนี้ให้ยั่งยืน

อาชีพนักจิตวิทยา นักบำบัดจิตดูได้รับความสนใจมากขึ้น คนไม่ได้มองว่าเข้าถึงยาก หรือการเข้าพบเป็นเรื่องน่าอายอีกต่อไป คิดว่าการทีสังคมเริ่ม Normalize การพูดคุยเรื่องจิตใจ ภาวะปัญหา กล้าที่จะ Vulnerable น่าจะส่งผลดีในระยะยาวกับวงการนี้

คล้ายเรื่องดูดวง เราเองก็เคยใช้ AI ปรึกษาปัญหาส่วนตัว ความเครียดกดดันสะสม ซึ่งเบื้องต้นทำได้ดีมากๆ อย่างน้อยก็รู้สึกถูกรับฟัง แต่ถึงจุดนึงเราก็ยังอยากคุยกับคนจริงๆอยู่ดี และดูว่าเขาจะแนะนำอะไรเราไหม ม

อยากคุยกับคนที่พูดกับเราตรงๆเพราะหวังดี ไม่ใช่ถูกโปรแกรมตลอดเวลาว่าให้อวยเรา หรือพอจะด่าเรา ก็ด่าแรงทันทีเลย5555

เท่าที่สัมผัสมา บางที่พยายาม Position ตัวเองเป็น Holistic Wellness มากขึ้นด้วย ไม่ใช่แค่ศาสตร์ที่เรียนมาปกติ แต่มีผสม Energy Healing & Spiritual เข้าไป

ในส่วนกระบวนกรด้านต่างๆ และ Coahing ภาพคงคล้ายกัน คนให้ความสนใจเรื่อยๆ

เราว่าความยากคือทุกคนรู้ดีว่า Revenues หลักจะมาจากเวลาเรารับงาน Corporate จัด Workshop / Training ให้องค์กร ซึ่งบางทีเนื่อหาอาจจะไม่ลึกเท่า จัดให้ 1 ต่อ 1 หรือคนกลุ่มเล็ก หรืออาจจะถูกดัดแปลงไปบ้างตาม KPI ของ HR ที่ติดต่อไป

ดังนั้นโจทย์จองหลายคนที่ทำอาชีพนี้ Full Tine หรือเริ่มจะเต็มตัวมากขึ้นเรื่อยๆคือ Balance ระหว่างงานที่รายได้ดี กับ งานที่เติมเต็มจิตใจ (เคสเดียวกับเพจบันเทิงที่เล่าไปในโพสต์ก่อน)

เหมือนเป็นการจัดสรร Portfolio ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องรายได้ แต่เกี่ยวโยงกับ พลังงาน ความสุขในการทำงานเช่นกัน

น่าแปลกใจและตื่นเต้น ที่น้องๆที่เราสนิทบางคน ป.ตรีไม่ได้เรียนคณะจิตวิทยาด้วยซ้ำ วิศวะบ้าง บัญชีบ้าง บางคนเลือกเรียนป.โทสาขาที่เกี่ยวข้อง บางคนเลือกเรียนนอกเวลาเพื่อจะ Certified ที่จะทำอาชีพได้
บางคนเลือกเก็บตัว อยู่กับตัวเอง สังเกตใจตัวเอง จนพัฒนาศาสตร์เยียวยาในแบบของตัวเองขึ้นมา Thrivespace.crew เนมวรา https://www.instagram.com/ocean.of.awareness

ระยะสั้นช่วงแรกๆคงเหนื่อยหน่อยในการสร้างความน่าเชื่อถือให้คนยอมรับ แต่ถึงจุดนีงเราคิดว่ามี potential มากๆ ที่หลายคนจะช่วยพัฒนาวงการและส่งต่อ impact ต่อไป

3. 🌌 Spiritual & Energy Healing: วงการที่ไทยอาจโดดเด่นได้ในอนาคต?

ในวันที่หลายคนเชื่อว่า Medical Hub / Tourism จะเป็นทางรอดของไทย (ส่วนตัวเชื่อเช่นกัน) เราเองก็เชื่อว่า Spiritual เป็นอีกมุมน่าสนใจที่ไทยน่าจะต่อยอดได้

พะงันกลายเป็น Destination ที่หลายคนเคยไปหรืออยากไปมากขึ้นเรื่อยๆ เคยฟังรายการของพี่ท้อปป Bitkub ที่สัมภาษณ์พี่เล็ก Rabbit Tale พี่ทรอย Globish มี CEO เก่งๆเริ่มเปิดใจให้สิ่งนีัมากขึ้น เมื่อไปกลับมาแล้ว มีประสบการณ์ “เปลี่ยนชีวิต”

คนใกล้ตัวเองเราเองหลายคนที่ไปแล้วก็อยากไปอีก บางคนเป็น Acheiver ที่เก่งมากๆ พูดชื่อไปก็อาจเคยได้ยิน เมื่อได้ไปสัมผัสประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ ก็รู้สึกว่าได้โอบรับการเป็นตัวเองมากขึ้น รักตัวเองในแบบที่ไม่มีเงื่อนไข

เราคิดว่า Healer ในไทยด้านนี้เก่งๆมีเยอะมากๆ หลายคนมีความตั้งใจดีที่อยากส่งต่อสิ่งดีๆให้คนอื่น ช่วยเท่าที่ช่วยได้ แต่บางคนอาจจะยังไม่ได่เชี่ยวชาญเรื่องการทำ Business หารายได้ที่มั่นคง หรือพัฒนาให้ Scale ต่อยอดได้

ส่วนตัวคิดว่าคงดีและน่าสนใจมากๆ ถ้าต่างชาติที่มารักษาตัวที่ไทยในรพ.ดีๆ มาใช้ชีวิตเกษียณที่ไทย สุขภาพกาย ใจดี ได้สัมผัสประสบการณ์พวกนี้ด้วย น่าจะเป็นอีกช่องทางที่เพิ่ม Revenues ได้ไม่มากก็น้อย เหมือนเป็น Holistic Services ที่มีทุกรูปแบบไปเลย

อาจจะเจาะลึกเรื่องนี้เป็นตัวอักษรมากไม่ได้ แต่ถ้าใครผ่านมาเห็นแล้วอินเรื่องนี้ หรือเรื่องอื่นที่เขียนๆไป ทักมาคุยกันได้นะครับ ชอบแลกเปลี่ยนกับทุกคน

💫 สรุป: อยากบอกอีกทีว่าทั้งหมดคือมุมมอง ความคิด ประสบการณ์ส่วนตัว คงผิดบ้างถูกบ้าง แต่รวมๆเราสนใจในเรื่องพวกนึัมากประมานนึง และอยากเป็นส่วนเล็กๆที่ช่วยผลักดันวงการเหล่านี้ ผ่านการบอกเล่าประสบการณ์ที่เจอมา

เผื่อใครบังเอิญได้อ่านแล้วมีไอเดียดีๆสนุกๆ เราอาจแลกเปลี่ยนกันได้ครับ

#Flow’sTable
#FlowtoGrow