"อะไรคือปัจจัยทำให้คนรักงานเขียนสักชิ้น"

เช้านี้ตื่นมาอ่านบทความของพี่โสภณ ศุภมั่งมี และก็เจอว่าเพื่อนๆ คนรู้จักหลายคนแชร์บทความพี่โสกันเยอะมาก

ตามอ่านงานเขียนของพี่โสเรื่อยๆอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เคยมีโอกาสนั่งทานกาแฟด้วยกัน และโชคดีที่ 2-3 เดือนก่อนพี่โสส่งหนังสือเล่มล่าสุดอย่าง Think Simple มาให้ อ่านจบแล้ว เขียนรีวิวก็แล้ว แต่ในใจยังสงสัยอยู่ดี ทำไมมีคนชอบงานเขียนพี่แกเยอะขนาดนี้

ด้วยความนึกสนุก ช่วงนี้พยายามฝึกเขียนเช่นกัน เลยถาม Meta AI ด้วยประโยคเกริ่น มันสรุปประเด็นหลักมาน่าสนใจเลย บทความนี้จะลองเขียนจากสิ่งที่ AI สรุป และสิ่งที่เราสังเกตเองเข้าด้วยกันครับ

1. เปิดด้วยประโยค Hook ที่คนสนใจ:

"หากคุณรู้สึกว่าที่ผ่านมาพยายามเปลี่ยนตัวเองเท่าไหร่ก็ยังไม่ไปไหน โพสต์นี้อาจจะช่วยได้"

"สิ่งที่ช่วงนี้เลิกทำแล้วชีวิตหลุดลูปนรก"

"Mindset หนึ่งที่ทำให้ผมกลับมารักตัวเองและลุกขึ้นมาวิ่งได้แทบทุกเช้าเป็นสิ่งที่เรียบง่ายมาก"

สังเกตประโยคพวกนี้ได้ ทุกคำอ่านง่าย ตีความตรงไปตรงมา และมักเกี่ยวข้องกับชีวิตพวกเราไม่ช่วงใดช่วงหนึ่ง เช่น ประโยคเปลี่ยนตัวเอง ไม่ว่าตอนนี้จะเปลี่ยนสำเร็จไหม แต่เราอาจจะมีช่วงใดช่วงหนึ่งที่เคยลองทำมาก่อน

2. ภาษาเป็นกันเอง เหมือนเล่าให้เพื่อนฟัง:

พี่โสจะแชร์ประสบการณ์ตัวเองอยู่เป็นประจำผ่านบทความและหนังสือ เช่น พูดเรื่องจีบสาวตอนอยู่ต่างประเทศ5555

ส่วนตัวคิดว่าการแชร์อะไรที่ vulnerable เป็นด้านที่ไม่ perfect มีผิดพลาดเหมือนคนธรรมดา ทำให้คนอ่านรู้สึกเชื่อมโยงได้

ความรู้สึกตอนอ่านหนังสือ Think Simple คือ อ้อเราก็เคยเป็นนี่หว่า โมเม้นนี้เราก็เคยเจอ เออถ้าเค้าทำได้ เราก็คงทำได้เหมือนกันแหละ

หลายๆเนื้อหาแฝงการให้กำลังใจทั้งทางตรง อ้อม ไปด้วย

3. มี Research แหล่งอ้างอิง มายืนยันเนื้อหา

พี่โสมักจะมีงานวิจัยบางอย่างมาคอนเฟิมเสมอ หรือไม่ก็เนื้อหาจากหนังสือดัง ทุกครั้งที่อ่านถึงท่อนนี้ ในใจจะคิดว่า พี่แกไปหามาจากไหน555555 ขยันมาก

การถูก backup ด้วยเนื้อหาที่เชื่อถือได้ น่าจะโน้มน้าวคนอ่านได้ไม่มากก็น้อย

4. มีวินัย สม่ำเสมอ เขียนประจำ

สุดท้ายทุกอย่างก็กลับมาที่เรื่อง basic อย่าง ทำซ้ำ ทำประจำ (ตั้งใจ)ทำให้ดี ตอนเจอกันครั้งแรก พี่โสเคยเล่าว่าน้ำหนักตัวเยอะ ตอนหลังตื่นมาออกกำลังกายทุกวัน วิ่งทุกวันถ้าจัดสรรตารางได้

พี่โสเล่าว่าสมัยก่อนทำงานด้าน Computer Engineering มาก่อน จากคนเขียนโค้ดมาเป็นเขียนตัวอักษร การต้องฝึกซ้ำๆมีผลกับทักษะการเขียนมากจริงๆ

5. จบบทความด้วยการ "ทิ้งให้คิด"

"บางทีคำถามที่ควรถามตัวเองจึงไม่ใช่ว่าเมื่อไรจะพร้อมได้เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่เป็นว่าในวันนี้ ท่ามกลางทะเลที่ยังไม่สงบ มีไม้แผ่นไหนที่คุณพอจะเปลี่ยนได้สักแผ่นบ้าง และมีไม้เก่าส่วนไหนของตัวเองที่ต้องขอบคุณ เพราะมันยังช่วยให้คุณประคองชีวิตและไปต่อได้"

ต่อให้เรา skim อ่านทั้งบทความ มาอ่านแค่ท่อนปิดท้าย ก็ยังต้องคิดตามอยู่ดี วิธีการเล่าของพี่โส ชวนเราตั้งคำถามยากๆกับตัวเอง แต่เป็นชุดคำถามที่พาเราไปข้างหน้า

6. Be Human, Be Simple (ข้อนี้เพิ่มให้เอง)

ตอนอ่านหนังสือพี่โสจบ เคยเขียนรีวิวว่า ที่จริงเนื้อหาทั้งหมดไม่ใช่ "Think" แต่คือ "Be" เราคิดอย่างเดียว เราเปลี่ยนไม่ได้หรอก แต่มันต้องผ่านการลงมือกระทำซ้ำๆด้วย

สิ่งนึงที่สะท้อนออกมาในตัวตน คือความเป็นมนุษย์ของพี่โส ไม่ใช่แค่งานเขียน แต่เป็นวิธีที่คุยกันหลังไมค์ การใช้คำพูดให้กำลังใจ การคอมเม้นให้กำลังใจ

ทุกอย่างคือ Being หมดเลย ความเป็นตัวตนเราที่ Unique มีแค่เราที่เจอประสบการณ์แบบนี้ รีเฟลคแบบนี้ เลือกทำแบบนี้ และเหมือนที่พูดไปหลายครั้ง AI แทนไม่ได้แน่นอน

พี่โสภณเป็นอีกคนที่ดีใจมากๆ ที่ได้มีโอกาสรู้จัก จะติดตามงานเขียนต่อไปเรื่อยๆครับ

#Flow’sTable
#Flowstable
#flowtogrow