“มีเวลาอีก 3-4 ปี ถ้าไม่รีบสำเร็จ รวยเลย ไม่ทันแล้วนะ” ⌛️

ไม่นานมานี้มีรุ่นพี่คนนึง เตือนเราด้วยความหวังดี

อีกไม่กี่เดือนอายุจะ 30 แล้ว ธุรกิจที่ทำก็พอไปได้ คอมมูนิตี้โตเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ทำเพื่อรายได้ ชีวิตส่วนตัวก็เรื่อยๆ บางวันมีไฟ ขยัน บางวันก็เหนื่อยจนอยากเทให้หมด

ช่วงอายุประมาณนี้ความกดดันเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในวัยเท่ากัน พ่อแม่มีเราแล้ว ในขณะที่ยังรู้สึกชีวิตเรายังไปเรื่อยๆ บางทีก็พอใจกับ pace บางทีก็ช้าไป

วันนี้มาโปรแกรม Recharge Your Sleep ที่เขาใหญ่ เมื่อเช้าตื่นเช้ากว่าปกติมาเดิน grounding กับผืนหญ้า เสร็จเลื่อนเจอบทความพี่โส Sopon Supamangmee เรื่อง Slow Creator พอดี

บทความเล่าถึงการที่เราอาจจะเผลอเอา benchmark ของคนอื่นมาใช้วัดตัวเอง บางทีเห็นอีกคนทำคอนเท้นท์ทุกวัน ไลค์ แชร์ คอมเม้นท์ เยอะแยะ แต่บางทีเราก็ลืมว่า ปริมาณ ไม่เท่ากับ คุณภาพเสมอไป

ยังมีเรื่องของ Energy Cycle แต่ละคนที่ไม่เท่ากัน บางคนทำงานได้นานกว่า เยอะกว่า บางคนต้องใช้เวลาพัก เราลืมไปว่าสมัยก่อนมนุษย์มีฤดู หว่านเมล็ด ล่าสัตว์ เก็บเกี่ยว และมีช่วงพัก

แต่เมื่อเราอยู่ในทุนนิยม เราไม่มีช่วงเวลาพักอีกต่อไป ถูกโปรแกรมให้ทำงานเยอะๆ ไวๆ หา output ให้ได้มากที่สุด เหมือนเราใช้ชีวิตขัดกับธรรมชาติ

กลับมาที่คำพูดของพี่คนนั้น รู้สึกขอบคุณที่เขา feedback ตรงๆ ในขณะเดียวกัน กลับบ้านมานั่งคิดเรื่องนี้เรื่อยๆ ผ่านไปสักระยะ เราก็เริ่มเข้าใจ pace ของตัวเองเช่นกัน

อีก Principle ที่ชอบและเชื่อมาหลายปี คือเรื่อง Tipping Point ของ Malcolm Gladwell อ่านเล่มนี่น่าจะเกือบสิบปีแล้ว ใจความสำคัญคือ การทำอะไรก็ตาม มันจะมี ระยะ / Threshold / Level นึง ที่ทำแรกๆมันจะติดขัดไปหมด แต่พอพ้นขีดนี้ได้ ทุกอย่างจะเริ่มง่าย เริ่ม flow แต่คนส่วนมากจะเลิกก่อนถึงระยะนี้เสมอ

ยกตัวอย่างเช่น creator ที่เลิกล้มไปก่อนจะมีคลิปที่ viral และเปลี่ยนชีวิตเขา

การทำ Flow’s Table ทีมงานทุกคน “จงใจ” ที่จะไม่ make profit จากสิ่งนี้ อย่างมากก็ได้ benefit ระหว่างทางในรูปแบบอื่น เช่น สิทธิในการไปร่วมงานสัมมนา เข้าคอร์ส ได้เจอผู้คนนิสัยดี เก่งๆมากมาย ถูกชวนไปอีเว้นท์อื่นๆบ้างบางที

ต่อให้ได้เงิน เพราะงานใหญ่เช่น Flow Society ออกแบบมาให้มีกำไรเล็กน้อย เผื่อค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ไม่คาดคิด ก็เรียกว่าเล็กน้อยอยู่ดี คนละหลักพัน

กลับมาที่ประโยคเปิดบทความ เราเร่งตัวเองทุกวันเพื่อประสบความสำเร็จ ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ฝันร้ายทุกวัน ทุกวันจริงๆ จากฝันเรื่องงาน ลามไปฝันเรื่องส่วนตัว ฝันว่าโดนไล่ฆ่าก็บ่อย จนถึงจุดที่รู้สึกว่า เออไม่ไหวแล้วหว่ะ เป็นแบบนี้ระยะยาวเราพังทั้งกายใจแน่

สิ่งที่ทำได้คือพยายามจัดเวลาให้ได้ทำงานที่ทำได้ดี งานที่สนุก มี impact จริงเยอะๆ ลดงานที่ไม่สนุก drain energy เท่าที่ทำได้ ถือไว้แค่งานที่สำคัญ แล้วหาคนแทนไม่ได้จริงๆ

Timing เป็นเรื่องยาก กะเวลาอะไรไว้ไม่เคยตรง เคยคิดว่าใกล้ 30 คงรวยแล้ว แต่งงานแล้ว ฟิตกว่านี้ ก็ยัง แต่อะไรที่ไม่เคยคิดจะได้ทำก็ทำก่อน 30 ทำคอมมูนิตี้ ทำงานขาย วิ่งจบ Half ได้ Vibe Code ไปบวช ไป Anfield ไป Egypt เดินข้างใน Pyramid

โชคก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ พักหลังนี้เห็นคนดังหลายคน ออกมายอมรับว่าที่สำเร็จ ปัจจัยส่วนมากคือโชค นักลงทุนบางคนรวยจนเปลี่ยนชีวิต เพราะช่วงที่มีเงินเก็บพอเข้าตลาด เป็นช่วงที่ดีที่สุดในการลงทุน ตลาด bottom แล้วขาขึ้นพอดี

เคยอ่านเรื่อง Late Bloomers ถ้าจำไม่ผิดน่าจะลงทุนแมนทำโพสต์ไว้ว่ามีใครบ้างหลัง 40 ที่ประสบความสำเร็จเป็น Millionaires มีเยอะกว่าที่คิดเลย LVMH , KFC , Walmart , Zara , Red Bull และอีกมากมาย

สุดท้ายอยากขอบคุณพี่คนนั้นอีกรอบ เขียนทั้งหมดนี้ ไม่มีคำตอบที่ดีเหมือนกัน แต่เชื่อว่าช่วงเวลาแห่งความสำเร็จของคนเราไม่เหมือนกัน บางครั้งอาจรอ threshold อาจะรอโชค รอโอกาสเปลี่ยนชีวิต

ไม่รู้เลยจะสำเร็จไหม สำเร็จเมื่อไร หรือเป้าอนาคตจะเปลี่ยนแบบไหนอีก เชื่อ100%ว่าในอนาคตภาพก็จะเปลี่ยนอีก แต่จะพยายามทำเท่าที่ได้ต่อไป หวังว่าหลายอย่างจะเป็นใจให้ 🍀

#Flow’sTable
#FlowsTable
#flowtogrow